เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพิธีไหว้ครูของประเทศไทย

จากวันก่อนมีข่าวประกาศเกี่ยวกับการเลื่อนวันเปิดภาคเรียนออกไปเป็นอย่างน้อยวันที่ 1 กรกฏาคม แน่นอนว่าเด็กอาจจะดีใจที่ได้หยุดต่อ หรือเบื่ออยู่บ้านแล้วก็ไม่ทราบได้ พอพูดถึงเรื่องนี้ อีกหนึ่งกิจกรรมที่มักจะต้องจัดกันเป็นประจำทุกปี ก็คือ การไหว้ครู สิ่งนี้ถือว่าเป็นประเพณีที่ดีงาม ซ่อนอยู่ภายในระบบการศึกษาของเรา แม้ว่าตอนนี้จะมีการตีความผิดไปบ้าง เพื่อไม่ให้หลงทางจนเกินไป เราจะมาเล่าเกร็ดความรู้ และสิ่งที่ซ่อนอยู่ในพิธีการไหว้ครูของไทยเรากันว่ามีอะไรบ้าง

ช่วงเวลาของการจัดกิจกรรมไหว้ครู

เรื่องวันเวลาของการไหว้ครูนั้น เป็นอีกเรื่องที่มีความเข้าใจไม่ตรงกันเยอะเลย หลายคนมักจะยึดเอาว่า ต้องเป็นพฤหัสบดีที่สองของเดือน มิถุนายน เป็นหลัก ซึ่งความจริงถูกเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นก็คือ วันพฤหัสบดี ที่ต้องเน้นเป็นวันนี้ก็เพราะว่าวันพฤหัสบดี ตามความเชื่อของไทย จะเป็นวันมงคล วันที่เหมาะแก่การไหว้ครู รวมถึงความเชื่อว่าคนที่เกิดวันนี้เป็นวันเกี่ยวกับครู ดังนั้นหากจะต้องไหว้ครูควรจะเป็นวันพฤหัสบดีเหมาะสมที่สุด แต่จะเป็นวันพฤหัสไหนก็ได้ ของภาคเรียนที่ 1 แต่ไม่ควรนานเกินไป ถ้าเปิดภาคเรียนแล้วควรเริ่มเลย จะดีกว่า ส่วนความเชื่อว่าต้องพฤหัสบดีที่สองน่าจะมาจากการทำตามมหาวิทยาลัยที่ช่วงเวลาดังกล่าวจะพอดี เพิ่งเปิดเทอม 1 แล้ว นักศึกษายังไม่ได้เรียนหนักมาก การทำกิจกรรมนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวเหมาะสม

Teacher ceremony

พาน ดอกไม้ และความหมาย

การไหว้ครูนั้น เรื่องของการไหว้ จริงๆแล้วพานเป็นเพียงแค่ส่วนประกอบเท่านั้นเอง เราไม่จำเป็นต้องทำเป็นพานพุ่มเพื่อไหว้ก็ได้ การทำพานทำเพื่อเป็นตัวแทนของกลุ่ม ของห้อง เท่านั้นเอง แต่เนื้อแท้ของสิ่งนี้เราอาจจะทำเป็นกรวย หรือ พวงมาลัยก็ได้เหมือนกัน หากทำเป็นกรวยดอกไม้ ก็ควรจะมีส่วนประกอบสำคัญให้ครบ เพราะนั่นเต็มไปด้วยความหมายที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็น หญ้าแพรก ดอกมะเขือ ดอกเข็ม และหากสังเกตให้ดีดอกไม้เหล่านั้นจะตีความถึงการเรียนรู้ที่อย่างดอกเข็มคือปัญญาที่เฉียบแหลม ดอกมะเขือคือการอ่อนน้อมถ่อมตน  เป็นต้น ดอกไม้เหล่านี้สามารถหาได้ง่าย เพื่อให้ผู้เรียนไม่ต้องลำบากมากเกินไปในการหามาไหว้ครูนั่นเอง

ประวัติของการไหว้ครู

พิธีไหว้ครูนั้นเอาจริงมีมานานแล้ว ตั้งแต่ยุคโบราณ คนในสมัยก่อนไม่มีโรงเรียน หากต้องการจะมีวิชาติดตัวเอาตัวรอดได้ก็ต้องไปเสาะหาอาจารย์แล้วฝากตัวเป็นศิษย์ด้วยการไหว้ครู แต่การไหว้ครูในโรงเรียน หากจะนับประวัติที่นับได้ก็ต้องย้อนไปในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี มีแนวคิดให้เกิดการไหว้ครูขึ้น ในปี 2500 แล้วดำเนินเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ความหมายของการไหว้ครู

ทีนี้มาเรื่องสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิดกันไปเยอะมาก โดยเฉพาะเด็กๆสมัยนี้ ที่มองเรื่องการไหว้ครูเปลี่ยนไป ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนไป เรามาทำความเข้าใจกันใหม่ เดิมทีการไหว้ครูนั้น เป็นเหมือนการขอคารวะจากศิษย์ สู่อาจารย์ เพื่อขอฝากตัวเป็นศิษย์ พร้อมที่จะรับการสั่งสอนต่อไป หากครูรับการไหว้นั้น ก็หมายถึงว่าจะยอมรับคนนั้นเป็นศิษย์พร้อมกับจะสั่งสอนให้ดีที่สุด ซึ่งหากตีความหมายใหม่ ความหมายของการไหว้ครู มันน่าจะเป็นการยอมรับซึ่งกันและกัน ระหว่างครูกับศิษย์ เพื่อทำหน้าที่ร่วมกันในการเรียน ครูก็จะตั้งใจสอน และยอมรับความแตกต่างของศิษย์ ส่วนศิษย์เองเมื่อไหว้ครูแล้วก็จะยอมรับครู และน้อมรับคำสั่งสอน จนนำไปปฏิบัติ เพื่อไปให้ถึงเส้นชัยของการเรียน ไม่ว่าจะเป็นการสอบวัดระดับ เกรด ฯลฯ อีกมากมายร่วมกัน